วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

หุ้น HFT ยางรถ

 


หุ้น HFT


หุ้น HFT หรือ Hwa Fong Rubber Thailand PCL เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาง


จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาง เช่น ยางรถจักรยานยนต์ ยางรถจักรยาน และยางรถอุตสาหกรรม


ชื่อเต็ม: บริษัท ฮั้วฟงรับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)


ก่อตั้ง: ปี 1987


ที่ตั้งสำนักงานใหญ่: นิคมอุตสาหกรรมบางปู ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ ประเทศไทย


ลักษณะผลิตภัณฑ์หรือบริการ


บริษัทประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายยางใน ยางนอก และผลิตภัณฑ์จักรยาน ดังนี้


- ยางจักรยานทั่วไป เช่น จักรยานเสือภูเขา รถเข็น เป็นต้น


- ยางรถจักรยานยนต์ เช่น รถจักรยานยนต์ทั่วไป มอเตอร์ไซค์ความเร็วสูง สกู๊ตเตอร์ มอเตอร์ครอส


- ยางสำหรับยานพาหนะขนส่งขนาดเล็ก เช่น รถเข็น รถยก รถแทรกเตอร์ ตุ๊กตุ๊ก รถเกษตร รถกอล์ฟ


- ยางสำหรับชายหาดและปีนเขา


- จักรยานเสือหมอบ จักรยานเสือภูเขา


ปัจจุบันการผลิตยางรถจักรยานยนต์ บริษัทได้รับสิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)


โดยมีกำลังการผลิต 3.159 ล้านเส้นต่อปี 


ผลิตภัณฑ์ยางรถจักรยานยนต์


- ยางเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าการขายสูงสุดของบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ 


ผลิตภัณฑ์ยางในรถบรรทุกขนาดเล็ก

- มีขนาดและประเภทต่างๆ มากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก 

อื่นๆ (วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์)


บริษัท ฮัวฟงรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) “HFT” ก่อตั้งเมื่อปี 2530


ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 658,434,300 บาท และทุนชำระแล้ว 658,434,300 บาท


ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์และยางในคุณภาพสูงสำหรับรถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ 


และยานพาหนะขนาดเล็ก เช่น รถเข็น รถยก รถลาก รถกอล์ฟ และยานพาหนะที่ใช้ในการปีนเขา


ภูเขาและชายหาด เป็นต้น


มีความเชี่ยวชาญในการผลิตยางรถยนต์และยางในดังกล่าวมานานกว่า 37 ปี ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ


Hwa Fong Rubber Industry Co., Ltd. “HFR” ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันมานานกว่า 30 ปี


เป็นผู้ผลิต ยางรถยนต์และยางในสำหรับรถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ และยานพาหนะอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงในไต้หวัน


ได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายการตลาดจากบริษัท ฮว่าฟงรับเบอร์ อินดัสทรี จำกัด


ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า DURO Q-UICK และ DUNLOP ซึ่งเป็นของ SUMITOMO RUBBER 


ประเทศญี่ปุ่น และเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ฮว่าฟงรับเบอร์ อินดัสทรี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน


บริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้ในประเทศ 34.29% และรายได้ต่างประเทศ 65.71% สำหรับตลาดในประเทศ บริษัทฯ จำหน่าย


ผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ผลิต OEM


บริษัทมีฐานการผลิตในประเทศไทยและส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น เอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา


การใช้ยางรถในประเทศไทยมีบทบาทสำคัญทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจโดยรวม 


ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกยางพารารายใหญ่ของโลก และมีการใช้ยางในหลายรูปแบบ 


เช่น ยางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ และยางสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ


ลิ้งความรู้เพิ่มเติม

✅ ศัพท์ของหุ้น และการลงทุน 

✅ หนังสือ ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นเหุ้นในภาวะวิกฤต โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

✅ 5 Steps เทรดหุ้น จากเริ่มต้น จนเทรดเป็น

✅ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ กับศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น

 SET Index คือ 

////











วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

หุ้นน้ำมันปาล์ม ไทย มีตัวไหนบ้าง

 


หุ้นน้ำมันปาล์ม ไทย มีตัวไหนบ้าง


ในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นน้ำมันปาล์มหลายตัวที่น่าสนใจ เช่น 


PCE (เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์)


VPO (วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์)


APO (เอเชียนน้ำมันปาล์ม)


UVAN (ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม)


CPI (ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม)


LST (ล่ำสูง (ประเทศไทย))


หุ้นเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันปาล์ม ซึ่งส่งผลต่อรายได้และกำไรของบริษัท


หุ้นน้ำมันปาล์ม ได้รับอิทธิพลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก


อุตสาหกรรมนี้ยังได้รับผลกระทบจากนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับพลังงานทดแทน เช่น ไบโอดีเซล




แนวโน้มของหุ้นน้ำมันปาล์มในไทยในช่วงปี 2568-2570 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง 


ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมนี้ ได้แก่


อุปทานเพิ่มขึ้น: ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะภาคใต้ของไทย.


อุปสงค์เร่งตัวขึ้น: ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เคมีภัณฑ์ และไบโอดีเซลมีแนวโน้มเติบโต

ตามเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว.


ราคาน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้น 


มาตรการภาครัฐ: การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลและการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลที่รองรับน้ำมันดีเซล

ที่มีสัดส่วนไบโอดีเซลสูงขึ้น.


การแข่งขันแย่งชิงวัตถุดิบ จากโรงงานสกัดอาจกดดันต้นทุนการผลิต อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม

ในไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง


ประเทศไทยยังมุ่งเน้นการพัฒนาน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน โดยมีการส่งเสริมมาตรฐาน RSPO

(Roundtable on Sustainable Palm Oil)  เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก



น้ำมันปาล์มไทยมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก โดยเฉพาะด้าน การส่งออกแต่ก็ต้องเผชิญกับ

ความท้าทายด้านกฎระเบียบและการแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง อินโดนีเซียและมาเลเซีย



ความต้องการน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญที่ผลักดัน ได้แก่


อุตสาหกรรมอาหาร: น้ำมันปาล์มเป็นส่วนประกอบหลักในอาหารแปรรูป เช่น ขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ 


ทำให้มีความต้องการสูงจากประเทศผู้บริโภคหลัก เช่น จีนและอินเดีย.


พลังงานชีวภาพ: หลายประเทศกำลังเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล เช่น อินโดนีเซีย

ที่มีนโยบาย B40 ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการน้ำมันปาล์มดิบ.


มาตรฐานความยั่งยืน: ตลาดยุโรปกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น EUDR 

(European Union Deforestation Regulation) ทำให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด.


ผลกระทบจากเอลนีโญ: อาจทำให้ผลผลิตลดลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มปรับตัวสูงขึ้นในตลาดโลก


ยังไม่นับรวม มาตรการกีดกันทางการค้า และ การแข่งขันจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่



แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มในอนาคต


แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มในอนาคตมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา

อุปทานและผลผลิต: คาดว่าอุปทานน้ำมันปาล์มจะลดลงจากผลกระทบของปรากฏการณ์ El Niño 

ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง


อุปสงค์ในประเทศ: ความต้องการน้ำมันปาล์มในอุตสาหกรรมอาหารและไบโอดีเซลยังคงเพิ่มขึ้น 

โดยเฉพาะจากนโยบายสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซล B10 และ B20


ราคาตลาดโลก: ราคาน้ำมันปาล์มดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลก 

และความต้องการจากประเทศผู้นำเข้า เช่น อินเดียและจีน


มาตรการภาครัฐ: การสนับสนุนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในไทย รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐาน

ด้านความยั่งยืน อาจช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตและราคาส่งออก


อนาคตของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในไทย


อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจาก 

ความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้น และ การพัฒนาอุตสาหกรรมไบโอดีเซล


ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลต่อผลผลิตปาล์มน้ำมัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

  • การแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าไทย

  • มาตรการกีดกันทางการค้า จากยุโรปที่ต้องการลดการใช้น้ำมันปาล์มในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ


แนวโน้มราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลก


ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงปี 2567-2569 เนื่องจากปัจจัย

หลายประการ เช่น ผลกระทบจากปรากฏการณ์ El Niño ที่ทำให้ผลผลิตลดลง 

และ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมอาหารและไบโอดีเซล


ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวโน้มราคา

  • อุปทานลดลง: ผลผลิตน้ำมันปาล์มในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย อาจลดลงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน

  • อุปสงค์เพิ่มขึ้น: ประเทศผู้นำเข้า เช่น จีนและอินเดีย มีความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงาน

  • ราคาน้ำมันดิบโลก: ราคาน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มปรับตัวตามราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิตไบโอดีเซล

  • มาตรการภาครัฐ: นโยบายสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลในหลายประเทศ อาจช่วยกระตุ้นความต้องการน้ำมันปาล์มในตลาดโลก


ราคาน้ำมันปาล์มเปรียบเทียบกับน้ำมันชนิดอื่น ๆ


ราคาน้ำมันปาล์มมีการเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยตลาดโลก และเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่น 

เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำมันเรพซีด พบว่าราคาน้ำมันปาล์มเคยมี

ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนต่ำ แต่แนวโน้มล่าสุดแสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันปาล์มเริ่มสูงขึ้น


เปรียบเทียบราคาน้ำมันปาล์มกับน้ำมันชนิดอื่น

  • น้ำมันปาล์ม: เคยเป็นน้ำมันพืชที่มีราคาถูกที่สุด แต่ปัจจุบันราคาสูงขึ้นเนื่องจาก การผลิตชะลอตัวและความต้องการไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น

  • น้ำมันถั่วเหลือง: มีราคาสูงกว่าน้ำมันปาล์มในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะเมื่ออุปทานถั่วเหลืองลดลงจากปัจจัยสภาพอากาศ

  • น้ำมันดอกทานตะวัน: ราคามีความผันผวนตามผลผลิตในยุโรปและยูเครน ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลัก

  • น้ำมันเรพซีด: มีราคาสูงกว่าน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลือง เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหารและพลังงาน

โดยรวมแล้ว ราคาน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นและอาจสูญเสียข้อได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อ

เทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่น




วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568

BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

 


BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ


บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)


Bangkok Dusit Medical Services


กลุ่มอุตสาหกรรม - บริการ


หมวดธุรกิจ - การแพทย์


BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ


จัดตั้ง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด ในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.  2512 


ก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาลขึ้นในซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรี โดยใช้ชื่อว่า “โรงพยาบาลกรุงเทพ” 


เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514


วันที่เริ่มต้นซื้อขาย 02 ต.ค. 2534


ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายอยู่ในประเทศไทยและกัมพูชา โดยอยู่ภายใต้


กลุ่มโรงพยาบาล 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช 


กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้ 


เครือข่ายของบริษัทยังครอบคลุมถึงธุรกิจที่สนับสนุนการดูแลรักษาทางการแพทย์ 


เช่น ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ การผลิตยา และการผลิตน้ำเกลือ


BDMS ย่อมาจาก Bangkok Dusit Medical Services


โรงพยาบาลในเครือ BDMS มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ High-End


และระดับรองๆ 


หุ้นโรงพยาบาล เป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีเครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 


ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตของความต้องการบริการทางการแพทย์ 


การเป็น Medical Hub ของประเทศไทยเครือข่ายโรงพยาบาลที่แข็งแกร่งและครอบคลุม




BDMS มีเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุม 20 จังหวัดทั่วประเทศและทุกภูมิภาค 


มีโรงพยาบาลในประเทศรวม 58 แห่ง และในกัมพูชา 2 แห่ง


ส่วนแบ่งตลาดจำนวนเตียงของโรงพยาบาลเอกชนสูงกว่า 20% เป็นผู้นำที่ทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นอย่างมีนัยสำคัญ


เครือข่ายโรงพยาบาลแข็งแกร่งมาก มีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เครือข่ายที่แข็งแกร่งนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ


กระจายความเสี่ยงทั้งในเชิงพื้นที่ ประเภทลูกค้า และความซับซ้อนของการรักษา


BDMS ที่มีเครือข่ายกว้างขวางและสามารถขยายการเข้าถึงบริการในพื้นที่ที่ขาดแคลนได้


ราคาค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


 เนื่องจากความต้องการบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น 


ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Hub) /  Medical Tourism


BDMS มีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ถึง 11 แห่ง สามารถดึงดูดผู้ป่วยชาวต่างชาติ 


โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา


ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในประเทศไทยถือว่าสมเหตุสมผลและถูกกว่าในหลายประเทศพัฒนาแล้ว


สังคมสูงวัยของประเทศไทยทำให้มีความต้องการทางการแพทย์สูงขึ้นผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีโรคประจำตัว


และความถี่ในการเข้ารับบริการถี่และการดูแลที่มากกว่าระดับอายุอื่นๆ อุตสาหกรรมได้รับส่วนที่เติบโต


ไปกับสังคมของผู้สูงวัย 



วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

VI คือ Value Investor นักลงทุนเน้นคุณค่า

 


VI คือ Value Investor นักลงทุนเน้นคุณค่า 




ประเภทนักลงทุน

Value Investor คือนักลงทุนสาย VI ซึ่งเป็นนักลงทุนที่สนใจเลือกลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Stock)


ลงทุนโดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าของหุ้นเป็นหลัก เพื่อตัดสินใจเข้าซื้อหรือขาย


กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นโดยการมองหาหุ้นที่มีมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน


หัวใจหลัก คือ การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น โดยจะวัดจากเบื้องต้น คือ


พื้นฐานกิจการดี - ความสามารถในการทำกำไร - รายได้เติบโต- ปันผล - ราคาไม่แพง


นักลงทุนที่เน้นมูลค่า ใช้ตัวชี้วัด เช่น อัตราส่วน P/E และกระแสเงินสด


หุ้นราคาถูกที่มีศักยภาพในระยะยาว การลงทุนประเภทนี้มักต้องใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลมาก


หุ้นบางตัวดีทุกอย่างแต่ราคายังแพงก็ยังคงต้องอดใจรอต่อไป ให้ราคามันลงมาหรือไม่ร้อนแรงมากนัก


จึงเข้าซื้อ หรือบางตัว Market Cap อาจจะไม่เยอะแต่มีอนาคตในวันข้างหน้าจากการประเมินกำไร


รวมถึงเทรนด์ของความนิยม หรือการลงทุนของบริษัท ก็เป็นอีกเหตุผลเช่นกัน


วอร์เรน บัฟเฟตต์และเบนจามิน ก็ถือเป็นนักลุงทันสายนี้ ใครสนใจลองหาหนังสืออย่าง 


🔥 วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ กับศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น 


มาศึกษาดูได้ 


หรือถ้าของไทยก็จะเป็น ของดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร อย่าง 🔥  ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นเหุ้นในภาวะวิกฤต 


หรืออีกท่านคือ หนังสือ 🔥 เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน โดย กวี ชูกิจเกษม 


การลงทุนแบบเน้นมูลค่าเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม เป้าหมาย


ของนักลงทุนคือการถือครองสินทรัพย์เป็นเจ้าของกิจการ ราคาหุ้นที่เน้นมูลค่าจะเพิ่มขึ้นและ


สร้างกำไรให้กับนักลงทุน


Hetty Green  ได้รับการยกย่องจากคนรุ่นหลังว่า ปรมาจารย์ด้านการเงิน นักลงทุนด้านมูลค่า (VI)


คนแรกของอเมริกาเธอมีนิสัยชอบซื้อสินทรัพย์ที่คนไม่ต้องการในราคาต่ำ และปล่อยออกไป


ในราคาที่สูงตอนคนอยากจะซื้อ เธอเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาการลงทุนแบบเน้นมูลค่า 


ซื้อเมื่อราคาตกต่ำและไม่มีใครต้องการ ฉันเก็บมันไว้จนกว่าราคาจะขึ้นและผู้คนก็อยากจะซื้อ


มองหาบริษัทที่ให้ผลกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หาหุ้นที่ดูเหมือนว่าจะมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าจริงในตลาด


เมื่อเลือกได้อย่างดีแล้วก็แค่รอเวลามันงอกเงย อาจจะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่หนึ่งคำถามก่อนจะซื้อ 


 - ก่อนจะคิดถึงกำไรคุณเลือกหุ้นตัวนั้นได้อย่างดีแล้วหรือยัง - 


-------

ลิ้งความรู้เพิ่มเติม

✅ ศัพท์ของหุ้น และการลงทุน 

✅ หนังสือ ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นเหุ้นในภาวะวิกฤต โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

✅ เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน (Best Seller) โดยพี กวี ชูกิจเกษม

✅ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ กับศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น

 SET Index คือ 

////



วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568

Market Cap. คือ อะไร ( มาร์เก็ต แคป )

 


Market Cap. คือ อะไร ( มาร์เก็ต แคป )


Market Cap. Market Cap. หรือ Market Capitalization คือ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 




เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงมูลค่าโดยรวมของบริษัทในตลาดหุ้น

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้เข้าใจ

ขอบเขตทางการเงินของบริษัทได้ง่ายขึ้น ช่วยให้นักลงทุนประเมินมูลค่าของบริษัทได้ตามมูลค่า

ที่สาธารณชนมองว่าบริษัทนั้นมีค่า ยิ่งมูลค่าสูง บริษัทก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น


หมายถึงมูลค่ารวมของหุ้นที่ยังไม่ได้ขายของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยคำนวณได้จากการคูณ

ราคาหุ้นปัจจุบันด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมด 


( มูลค่าตามราคาตลาดของหลักทรัพย์จดทะเบียนคำนวณจากการนำ

ราคาปิดของหลักทรัพย์จดทะเบียน คูณกับจำนวนหน่วยของหลักทรัพย์จดทะเบียน.)


ตัวเลขนี้ทำให้ทราบขนาดของบริษัทและมูลค่าของตลาดได้อย่างรวดเร็ว


อย่างเช่น หุ้นตัวนึง มีหุ้นอยู่ 10,000 ล้านหุ้น มี ราคาหุ้นละ 100 บาท 10,000,000,000 x 100 

ก็เท่ากับมูลค่าของบริษัทนี้เท่ากับ 1 ล้านล้านบาท


( มูลค่าขนาดนี้เท่ากับตัวท็อปของ บริษัทใหญ่ของไทยเลยทีเดียวเชียว ) 


โดยทั่วไป มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดจะสอดคล้องกับ ศักยภาพของบริษัท แต่บางครั้งบางคราว

ก็อาจถูกกว่า หรือแพงเวอร์มากโดยจากมุมมองของตลาดและหลายๆสาเหตุ ตามราคาหุ้นที่แฝง

ไปด้วย ความคาดหวังในอนาคต ความมีประสิทธิภาพของบริษัท

ผกผันตามการผันผวนของตลาด การคาดการณืล่วงหน้า การลงทุน และปัจจัยอื่นๆที่ทำให้ราคาขึ้น

หรือลง


ลิ้งความรู้เพิ่มเติม

✅ ศัพท์ของหุ้น และการลงทุน 

✅ หนังสือ ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นเหุ้นในภาวะวิกฤต โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

✅ เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน (Best Seller) โดยพี กวี ชูกิจเกษม

✅ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ กับศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น

 SET Index คือ 

////



วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567

HTECH หุ้น แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่

 HTECH หุ้น แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่


บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน)


HALCYON TECHNOLOGY PUBLIC COMPANY LIMITED


ประเภทธุรกิจ


บริษัท ฮัลซิออน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย

เครื่องมือตัดเฉือนโลหะที่ทำมาจากเพชรสังเคราะห์

ได้แก่ เพชรโพลีคริสตัลไลน์ (PCD) เพชรโมโนคริสตัลไลน์ (MCD) คาร์บอนโบรอนไนไตรด์ (PCBN) 

และเครื่องมือตัดคาร์ไบด์พิเศษเพื่อผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูง เพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วน

ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอากาศยาน และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร

ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผลิตและจำหน่ายที่จับเครื่องมือและผลิตภัณฑ์

โลหะอื่นๆ ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า บริษัทฯ มีโรงงานผลิต

ในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานจำหน่ายในเครือใน 7 ประเทศ

ทั่วโลก ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา


ผู้ผลิตเครื่องมือตัด PCD, PCBN, เครื่องมือตัดคาร์ไบด์ และชิ้นส่วนความแม่นยำสูงอื่นๆ โดยผลิตภัณฑ์

มีคุณภาพทัดเทียมกับมาตรฐานระดับโลก


เครื่องมือตัดเฉือน (Cutting Tool) เครื่องมือสำคัญที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม


ดอกสว่าน (Drill) 

รีมเมอร์ (Reamer) 

ดอกกัด (End Mill) 

หัวปาดมิลลิ่ง (Face Mill) 

ฟอร์มทูล (Hollow Tools) 

เม็ดมีด (Insert) 

มีดคว้าน (Boring Bar)


นำไปใช้ในอุตสาหกรรมเช่น


การผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน

การผลิตยานยนต์

ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์

อุตสาหกรรมหนัก

ขุดเจาะน้ำมันและพลังงาน

เลนส์กล้อง

ชิ้นส่วนนาฬิกาและเครื่องประดับ


- PCD Drill หรือ ดอกสว่านที่ผลิตจากเพชรสังเคราะห์ เป็นเครื่องมือตัดเฉือนที่มีประสิทธิภาพสูง


- CARBIDE DRILL ดอกสว่านที่ผลิตจากทังสเตนคาร์ไบด์ เป็นเครื่องมือตัดเฉือนใช้ทั่วไปในอุตสาหกรรม


- PCD REAMER Reamer หรือ รีมเมอร์ที่ผลิตจาก Polycrystalline diamond (PCD) เป็นเครื่องมือตัดเฉือนที่มีประสิทธิภาพสูง ขอบตัดทำจากเพชรสังเคราะห์ 


- CARBIDE REAMER รีมเมอร์ ที่ผลิตจากทังสเตนคาร์ไบด์ เป็นเครื่องมือตัดเฉือนตามมาตรฐานในอุตสาหกรรม


- Cermet Reamer 


- PCD END MILL ดอกกัด/เอ็นมิล ที่ผลิตมาจากเพชรสังเคราะห์ (PCD) 


- Halcyon ออกแบบและผลิต Cutting tools สำหรับการใช้งานตัดโลหะหลายประเภท โดยใช้วัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อนสูง เป็นคมตัด ได้แก่ PCD, PCBN, SCD รวมไปถึงคาร์ไบด์


- PCD End Mill  หรือดอกกัด/เอ็นมิล ที่ผลิตจากเพชรสังเคราะห์ (PCD) 


- Carbide End Mill ดอกกัดที่ผลิตจากทังสเตนคาร์ไบด์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรมตัดเฉือนโลหะทั่วไป


- Face Mill 


- PCD HOLLOW TOOLS แฮลเซี่ยนได้พัฒนาเครื่องมือประเภทนี้เพื่อใช้กับอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD)


- เม็ดมีดกลึง


- เครื่องมือคว้าน (ดอกคว้านรู) 


- PCD Cutting Tool เครื่องมือตัดจากเพชรสังเคราะห์


- Single Crystal Diamond (SCD) Cutting Tool มีคมตัดที่ทำจากเพชรผลึกเดี่ยว


- PCBN Cutting Tool Polycrystalline Cubic Boron Nitride (PCBN)


ข้อมูล จาก https://www.halcyon.co.th/ วันที่ 20/12/2024


ลิ้งความรู้เพิ่มเติม

✅ ศัพท์ของหุ้น และการลงทุน 

✅ หนังสือ ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นเหุ้นในภาวะวิกฤต โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

✅ เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน (Best Seller) โดยพี กวี ชูกิจเกษม

✅ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ กับศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น

 SET Index คือ 

////

















วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

CPN หุ้น เซ็นทรัลพัฒนา

 


CPN หุ้น เซ็นทรัลพัฒนา


บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด 


Central Pattana PCL


พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกให้เช่า ประกอบด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 

และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องและสนับสนุน เช่น อาคารสำนักงาน โรงแรม โครงการที่อยู่อาศัย 

และศูนย์อาหาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังลงทุนในกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 

ซีพีเอ็น คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ 

ซีพีเอ็น รีเทล โกรท (CPNREIT) และเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และผู้จัดการกองทรัสต์


ตลาด SET


วันที่เริ่มต้นซื้อขาย 01 มี.ค. 2538 


กลุ่มอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง


หมวดธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์


ก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2523 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 300 ล้านบาท


ปี 2525 เปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นศูนย์การค้าครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย


1 มีนาคม 2538 จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท


เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในประเทศไทย


เจ้าของและบริหารจัดการศูนย์การค้าระดับพรีเมียม 41 แห่ง อาคารสำนักงาน 10 แห่ง โรงแรม 9 แห่ง 


และอาคารที่พักอาศัย 33 แห่ง พื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 2.3 ล้านตร.ม.


ธุรกิจของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด 


ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้งหลาย 


โครงการบ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร คอนโด ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา หลายโครงการ หลายระดับราคา ตามลิ้ง https://residence.centralpattana.co.th/


อาคารสำนักงาน 

- G Tower

- เซ็นทรัล ทาวเวอร์ ลาดพร้าว

- อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิสเศส 

- อาคารสำนักงานปิ่นเกล้า

- เซ็นทรัล ซิตี้ ทาวเวอร์ 

- อาคารสำนักงานเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

- Dusit Central Park

- อาคารเดอะไนน์ 

- เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 

- The Shoppes Grand Rama 9


โรงแรม


Strategic Investment ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์


เช่าพื้นที่ 

- พื้นที่เช่าเพื่อการค้า (Retail space)

- พื้นที่เช่าจัดกิจกรรม (Activity space)

- พื้นที่เช่าสำนักงาน (Office space)



ทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจ ( หาอ่านดูได้มีเยอะมาก)

https://www.centralpattana.co.th/th/investor-relations/assets-under-central-pattana/retail-properties


ลิ้งความรู้เพิ่มเติม

✅ ศัพท์ของหุ้น และการลงทุน 

✅ หนังสือ ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นเหุ้นในภาวะวิกฤต โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

✅ เพาะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน (Best Seller) โดยพี กวี ชูกิจเกษม

✅ วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์ กับศิลปะแห่งการค้ากำไรหุ้น

 Dividend Payout Ratio คือ (สูตร)

////